Skip to Main content
Search
    คุณไม่มีรายการในรายการสินค้าที่ต้องการ

Please select a location and what language you would like to see the website in.

VISIT SITE
การวิจัยและการพัฒนา

การวิจัยและการพัฒนา

การสนับสนุนของมิกิโมโต้ที่มอบให้แก่การเพาะเลี้ยงไข่มุก

การสนับสนุนของมิกิโมโต้ที่มอบให้แก่การเพาะเลี้ยงไข่มุก

ในปีค.ศ. 1905 ผู้ก่อตั้งของเรา มร.โคคิชิ มิกิโมโต้ ซึ่งร่วมเป็นพันธมิตรกับนักชีววิทยา คุณโทคิชิ นิชิกาวะ เพื่อดำเนินการร่วมก่อตั้งห้องปฏิบัติการทดลองเพื่อศึกษากลไกการทำงานที่ซ่อนอยู่ภายใต้การก่อตัวของไข่มุก และพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเกี่ยวกับการผลิตไข่มุก เวลานั้นในปีค.ศ. 1933 มร.โคคิชิได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการอีกแห่งหนึ่งที่เกาะทาโทคุ ในจังหวัดมิเอะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อห้องปฏิบัติการวิจัยไข่มุกมิกิโมโต้ เป็นเวลาเกือบหนึ่งศตวรรษ ที่นักวิจัยที่มิกิโมโต้ได้ดำเนินงานกับหัวข้อการวิจัยต่างๆ มากมาย ตั้งแต่การพัฒนาเทคนิคต่างๆ เพื่อเพาะไข่มุก ระบุวิธีต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงและประเมินคุณภาพของไข่มุกเลี้ยง และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลที่การผลิตไข่มุกเลี้ยงต้องพึ่งพาอย่างยิ่ง เรายังคงยึดมั่นในจิตวิญญาณนักประดิษฐ์และนักทำธุรกิจของผู้ก่อตั้งของเรา เรายังคงพยายามเพื่อสร้างความดีเลิศด้วยการเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่เพียงแต่เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทของเราเท่านั้น แต่เพื่ออุตสาหกรรมไข่มุกโดยรวมด้วย

ระบบการตรวจควบคุมสิ่งแวดล้อมทางทะเล Kai-Lingual

ระบบการตรวจควบคุมสิ่งแวดล้อมทางทะเล Kai-Lingual

ในปีค.ศ. 2004 ห้องปฏิบัติการวิจัยไข่มุกของมิกิโมโต้ได้ร่วมมือกับบริษัท Tokyo Measuring Instruments Laboratory จำกัด เพื่อพัฒนาระบบการตรวจควบคุมสิ่งแวดล้อมทางทะเลเชิงอินทรีย์เป็นแห่งแรกของโลก ภายใต้ชื่อ “Kai-Lingual” ระบบนี้จะตรวจจับปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี ภาวะการขาดออกซิเจน หรือความผิดปกติของน้ำทะเลอื่นๆ ด้วยการวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของเปลือกหอยแบบเรียลไทม์ เพื่อลดผลกระทบต่างๆ ที่มีต่อการประมงซึ่งรวมทั้งการทำฟาร์มเลี้ยงหอยมุกด้วย คาดกันว่าเทคโนโลยีอัจฉริยะเหล่านี้ที่เราได้พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่างๆที่มีต่อหอยนั้น จะสามารถถูกนำไปปรับใช้เพื่อตรวจควบคุมระบบนิเวศชายฝั่งและมหาสมุทร รวมทั้งบริเวณน้ำจืดในประเทศด้วย พวกเราที่มิกิโมโต้ดำเนินการในส่วนของเราเพื่อช่วยดูแลมหาสมุทรซึ่งเป็นสถานที่ที่เราใช้เพื่อเลี้ยงหอยมุกให้เติบโต และสร้างอนาคตที่มนุษย์จะสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้อย่างราบรื่น ด้วยการควบคุมพลังแห่งธรรมชาติและเทคโนโลยี

การดำเนินการเพื่อนาคตที่ดีกว่าในการทำฟาร์มเลี้ยงไข่มุก

การดำเนินการเพื่อนาคตที่ดีกว่าในการทำฟาร์มเลี้ยงไข่มุก

ในปี 2000 หอยมุกอะโกย่า (Pinctada fucata) ที่เป็นสายพันธุ์จากธรรมชาติพื้นเมืองถูกค้นพบที่เกาะอะอิโนะชิมะ ซึ่งเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฟุคุโอกะและอยู่ในทะเลเก็นไค ด้วยความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยคิวชู จังหวัดฟุคุโอกะ และเมืองชินกุมาชิ มิกิโมโต้ได้จัดตั้งการทำประมงในทะเลเป็นครั้งแรกเพื่อหาหอยมุกอะโกย่าตามธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่น นับตั้งแต่นั้นมา เราได้ดำเนินการเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูถิ่นอาศัยของหอยมุกตามธรรมชาติ และเพิ่มจำนวนประชากรหอยมุก ในขณะเดียวกันก็ยกระดับคุณภาพที่ดีของสิ่งแวดล้อม ด้วยการพัฒนาและปรับใช้วิธีการที่ไม่ปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมทำฟาร์มเลี้ยงหอยมุกในปัจจุบัน ไข่มุกอะโกย่าที่ผลิตในอะอิโนะชิมะตามปกติจะมีขนาดใหญ่และมีชั้นไข่มุกที่หนา ซึ่งจะปรากฎผิวที่เรียบและเงางาม เรามุ่งมั่นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเพาะเลี้ยงไข่มุกที่สวยงามจนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นต่อไปในอนาคตด้วยการผลิตไข่มุกอะโกย่าอันเป็นตัวแทนแห่งอนาคตที่สดใสของไข่มุกเลี้ยง